มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

Ai Ping Emperor ฝูเจี้ยน

สนาม: เครือข่ายข่าวคุณภาพของจีน

บทนำ:ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงทางไต่สวนพยานโจทก์จำเลยและผู้ร้องประกอบรายงาน ปปชเรื่องการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 เพื่อลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายแก่เอไอเอส ในชั้นนี้ฟังได้ว่า ทศทเป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัท ทศท คอเปอเรชั่น จำกัด มหาชน และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และคณะกรรมการ ทศทมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้อำนวยการ ทศท ต่อมาจำเลยแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่(ฉบับหลักลงวันที่ 27 มีค 2533) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 พค 2544 ปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้าแก่เอไอเอส ซึ่งตามสัญญาหลักเอไอเอสต้องจ่ายภาษีในปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15 ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20 ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 เป็นอัตราก้าวหน้าแก่ ทศท...

คยอง มูซง

สนาม: Shunan Online

บทนำ: ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 6 ปี สุธรรม มลิลา อดีต ผอทศท แก้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ชี้ใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ เอไอเอส ในยุค ทักษิณ เป็นนายกฯ ทำองค์กรเสียรายได้ 66 หมื่นล้านบาท พร้อมสั่งชดใช้ 46 หมื่นล้าน ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา 8 แสน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนครไชยศรี มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุธรรม มลิลา ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท) ในขณะนั้น ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยคำฟ้องสรุปว่า จำเลยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ทศท ทำหน้าที่บริหารงานภายในองค์กร มีหน้าที่ปฏิบัติงานก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร เมื่อระหว่างวันที่ 12 เมย2544-15 พค2544 จำเลยปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและกรรมการ ทศท โดยตำแหน่งกระทำความผิดกฎหมายหลายบท โดยทำสัญญาอนุญาตให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน (AIS) ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญากำหนดว่าบริษัทเอไอเอสจะต้องลงทุนอุปกรณ์ทั้งหมด และยกให้ ทศทก่อนที่จะนำไปให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ และกำหนดให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 ซึ่งทำให้ ทศทได้รับส่วนแบ่งรายได้น้อยลงจากเดิมที่ได้รับตามสัญญาหลักในอัตราร้อยละ 25-30 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาหลักกับสัญญาที่แก้ไข ทศทสูญเสียรายได้ 17,848,130,000 บาท และสูญเสียรายได้ในอนาคตถึงสิ้นสุดสัญญาสัมปทานอีกเป็นเงิน 53,490,900,000 บาท รวมเป็นเงิน 71,339,030,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมครั้งที่ 6 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอไอเอสตามคดีหมายเลขแดงที่ อม1/2553 ระหว่างอัยการสูงสุดกับ พตท ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) และตามรายงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) การที่จำเลยปิดบังข้อเท็จจริงของฝ่ายบริหารผลประโยชน์ของ ทศท ได้มีความเห็นเสนอจำเลยว่า บริษัท TAC ต้องจ่ายให้ภาครัฐมากกว่าเอไอเอส จำเลยย่อมทราบข้อมูลความแตกต่างการพิจารณาการขอลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสเป็นอย่างดีแล้ว แต่มิได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ ทศททราบถึงความแตกต่าง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 จากการที่จำเลยลงนามข้อตกลงครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอส เป็นผลให้ผู้ร้องสูญเสียรายได้ คิดเป็นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ย 75 ต่อปี รวมเป็นเงิน 93,710,927,98184 บาท โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ซึ่งภายหลังศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของบริษัททีโอที ผู้ร้อง อย่างไรก็ตาม นายอำนาจ พวงชมภู อธิบดีศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในขณะนั้น ได้ทำความเห็นแย้งโดยเห็นควรให้ลงโทษจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเจตนาให้ AIS ได้ประโยชน์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงทางไต่สวนพยานโจทก์จำเลยและผู้ร้องประกอบรายงาน ปปชเรื่องการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 เพื่อลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายแก่เอไอเอส ในชั้นนี้ฟังได้ว่า ทศท เป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และคณะกรรมการ ทศท มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้อำนวยการ ทศท ต่อมาจำเลยแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับหลักลงวันที่ 27 มีค2533) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 พค2544 ปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้าแก่เอไอเอส ซึ่งตามสัญญาหลักเอไอเอสต้องจ่ายภาษีในปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 เป็นอัตราก้าวหน้าแก่ ทศท ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ทศท ครั้งที่ 5/2544 เมื่อวันที่ 12 เมย2544 จำเลยเข้าร่วมประชุมและพิจารณามีความเห็นกรณีบริษัทเอไอเอสขอลดส่วนแบ่งรายได้จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว ทศทและประชาชนน่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง จึงมีมติเห็นชอบที่ ทศทจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร โดยมีเงื่อนไขให้ ทศทเจรจากับเอไอเอสให้ได้ข้อยุติเรื่องการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศทเป็นรายเดือน และนำผลประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการพร้อมให้กำหนดเงื่อนไขไว้ในท้ายสัญญา โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการ ทศทลงนามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอสมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิย2544 ว่าให้เอไอเอสแบ่งส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร ซึ่งศาลฎีกาฯ เคยวินิจฉัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของราชการ และทำให้ ทศทเสียหาย อีกทั้งการแก้ไขสัญญาในครั้งนั้นอัตราส่วนแบ่งรายได้แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ควรเป็นไปตามสัญญาหลัก เนื่องจากการกำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายแก่คู่สัญญาภาครัฐในแบบอัตราก้าวหน้าหรือขั้นบันได เป็นการกำหนดอัตราที่มีความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐผู้ให้สัญญา เพราะได้กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐผู้ให้สัญญาตามสัดส่วนของรายได้ ศาลเห็นว่า หลังจากจำเลยลงนามในสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ครั้งที่ 6 ให้แก่บริษัทเอไอเอส ในการประชุม ทศทครั้งที่ 8/2544 จำเลยกลับรายงานต่อที่ประชุมว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทำร่างข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 ทั้งที่ความจริงจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงครั้งที่ 6 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โดยมิได้กำหนดข้อตกลงให้มีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งรายได้ในโอกาสต่อไป อีกทั้งจำเลยทราบดีว่าการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงแก่บริษัท TAC จากอัตราร้อยละ 200 บาท ต่อหมายเลข ต่อเดือน เป็นอัตราร้อยละ 18 ของราคาหน้าบัตร เป็นอัตราเชื่อมโยงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การลดอัตราตามที่เอไอเอสกล่าวอ้าง และ TAC ยังจ่ายผลตอบแทนให้ ทศทสูงกว่าที่เอไอเอสจ่าย แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยเจตนาจะให้เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากการลดส่วนแบ่ง และศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าข้อตกลงสัญญาฉบับที่ 6 ที่จำเลยลงนามเอื้อประโยชน์แก่เอไอเอสต้องชดใช้ 46 หมื่นล้าน ที่จำเลยอ้างว่าที่ประชุมไม่มีคำถาม จำเลยจึงไม่ต้องรายงานข้อเท็จจริง นอกจากเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว โดยตำแหน่งที่จำเลยดำรงอยู่นั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร สมควรแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นผลประโยชน์ได้เสียขององค์กรให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบ บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยในการลงนามสัญญาครั้งที่ 6 ถือว่าเป็นการใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ทศทได้รับส่วนแบ่งน้อยลง การกระทำที่มุ่งให้เอไอเอสได้ประโยชน์ เป็นการกระทำโดยทุจริตครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 เมื่อการกระทำจำเลยเป็นความผิดอันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ปรับบทมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบททั่วไป ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนจำเลยต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัททีโอทีหรือไม่ เห็นว่าแม้ทีโอทีจะไม่ได้อุทธรณ์ในส่วนคดีแพ่งก็ตาม แต่ได้ยื่นคำร้องเข้ามา ตามมาตรา 44/1 เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์จึงถือว่าคำร้องดังกล่าวได้อุทธรณ์ด้วยทำนองเดียวกัน และเมื่อข้อเท็จจริงส่วนอาญาฟังว่าจำเลยใช้อำนาจในทางทุจริต จำเลยต้องรับผิดชอบใช้เงินแก่ทีโอที โดยบริษัททีโอทีได้คำนวณค่าเสียหายที่ต้องขาดรายได้จากเงินส่วนแบ่งตลอดอายุสัญญาแต่ละช่วงเป็นต้นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดนำมาไต่สวนเป็นอย่างอื่น แต่ข้อเท็จจริงแม้เชื่อได้ว่าบริษัททีโอทีได้รับความเสียหายตามจำนวนดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติลดอัตราส่วนแบ่งรายได้แก่เอไอเอสเป็นมติคณะกรรมการฯ จำเลยไม่ได้พิจารณาแต่เพียงลำพัง หากจำเลยต้องรับผิดเต็มจำนวนความเสียหายคงไม่เป็นธรรม จึงสมควรให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของต้นเงิน 33,030,343,36797 นับตั้งแต่วันที่ 4 กค2559 ซึ่งเป็นวันที่บริษัททีโอทียื่นคำร้อง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) จำคุก 9 ปี พยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี และให้จำเลยชำระเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของเงินต้น 33,030,343,36797 บาท นับตั้งแต่วันที่ 4 กค 2559 ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 8 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

โปรแกรมช่วยบาคาร่า
v1j | <动态当天时间> | อ่าน(217) | แสดงความคิดเห็น(531)
ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 6 ปี สุธรรม มลิลา อดีต ผอทศท แก้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ชี้ใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ เอไอเอส ในยุค ทักษิณ เป็นนายกฯ ทำองค์กรเสียรายได้ 66 หมื่นล้านบาท พร้อมสั่งชดใช้ 46 หมื่นล้าน ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา 8 แสน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนครไชยศรี มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุธรรม มลิลา ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท) ในขณะนั้น ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยคำฟ้องสรุปว่า จำเลยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ทศท ทำหน้าที่บริหารงานภายในองค์กร มีหน้าที่ปฏิบัติงานก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร เมื่อระหว่างวันที่ 12 เมย2544-15 พค2544 จำเลยปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและกรรมการ ทศท โดยตำแหน่งกระทำความผิดกฎหมายหลายบท โดยทำสัญญาอนุญาตให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน (AIS) ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญากำหนดว่าบริษัทเอไอเอสจะต้องลงทุนอุปกรณ์ทั้งหมด และยกให้ ทศทก่อนที่จะนำไปให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ และกำหนดให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 ซึ่งทำให้ ทศทได้รับส่วนแบ่งรายได้น้อยลงจากเดิมที่ได้รับตามสัญญาหลักในอัตราร้อยละ 25-30 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาหลักกับสัญญาที่แก้ไข ทศทสูญเสียรายได้ 17,848,130,000 บาท และสูญเสียรายได้ในอนาคตถึงสิ้นสุดสัญญาสัมปทานอีกเป็นเงิน 53,490,900,000 บาท รวมเป็นเงิน 71,339,030,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมครั้งที่ 6 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอไอเอสตามคดีหมายเลขแดงที่ อม1/2553 ระหว่างอัยการสูงสุดกับ พตท ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) และตามรายงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) การที่จำเลยปิดบังข้อเท็จจริงของฝ่ายบริหารผลประโยชน์ของ ทศท ได้มีความเห็นเสนอจำเลยว่า บริษัท TAC ต้องจ่ายให้ภาครัฐมากกว่าเอไอเอส จำเลยย่อมทราบข้อมูลความแตกต่างการพิจารณาการขอลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสเป็นอย่างดีแล้ว แต่มิได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ ทศททราบถึงความแตกต่าง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 จากการที่จำเลยลงนามข้อตกลงครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอส เป็นผลให้ผู้ร้องสูญเสียรายได้ คิดเป็นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ย 75 ต่อปี รวมเป็นเงิน 93,710,927,98184 บาท โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ซึ่งภายหลังศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของบริษัททีโอที ผู้ร้อง อย่างไรก็ตาม นายอำนาจ พวงชมภู อธิบดีศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในขณะนั้น ได้ทำความเห็นแย้งโดยเห็นควรให้ลงโทษจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเจตนาให้ AIS ได้ประโยชน์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงทางไต่สวนพยานโจทก์จำเลยและผู้ร้องประกอบรายงาน ปปชเรื่องการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 เพื่อลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายแก่เอไอเอส ในชั้นนี้ฟังได้ว่า ทศท เป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และคณะกรรมการ ทศท มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้อำนวยการ ทศท ต่อมาจำเลยแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับหลักลงวันที่ 27 มีค2533) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 พค2544 ปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้าแก่เอไอเอส ซึ่งตามสัญญาหลักเอไอเอสต้องจ่ายภาษีในปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 เป็นอัตราก้าวหน้าแก่ ทศท ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ทศท ครั้งที่ 5/2544 เมื่อวันที่ 12 เมย2544 จำเลยเข้าร่วมประชุมและพิจารณามีความเห็นกรณีบริษัทเอไอเอสขอลดส่วนแบ่งรายได้จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว ทศทและประชาชนน่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง จึงมีมติเห็นชอบที่ ทศทจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร โดยมีเงื่อนไขให้ ทศทเจรจากับเอไอเอสให้ได้ข้อยุติเรื่องการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศทเป็นรายเดือน และนำผลประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการพร้อมให้กำหนดเงื่อนไขไว้ในท้ายสัญญา โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการ ทศทลงนามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอสมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิย2544 ว่าให้เอไอเอสแบ่งส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร ซึ่งศาลฎีกาฯ เคยวินิจฉัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของราชการ และทำให้ ทศทเสียหาย อีกทั้งการแก้ไขสัญญาในครั้งนั้นอัตราส่วนแบ่งรายได้แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ควรเป็นไปตามสัญญาหลัก เนื่องจากการกำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายแก่คู่สัญญาภาครัฐในแบบอัตราก้าวหน้าหรือขั้นบันได เป็นการกำหนดอัตราที่มีความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐผู้ให้สัญญา เพราะได้กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐผู้ให้สัญญาตามสัดส่วนของรายได้ ศาลเห็นว่า หลังจากจำเลยลงนามในสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ครั้งที่ 6 ให้แก่บริษัทเอไอเอส ในการประชุม ทศทครั้งที่ 8/2544 จำเลยกลับรายงานต่อที่ประชุมว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทำร่างข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 ทั้งที่ความจริงจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงครั้งที่ 6 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โดยมิได้กำหนดข้อตกลงให้มีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งรายได้ในโอกาสต่อไป อีกทั้งจำเลยทราบดีว่าการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงแก่บริษัท TAC จากอัตราร้อยละ 200 บาท ต่อหมายเลข ต่อเดือน เป็นอัตราร้อยละ 18 ของราคาหน้าบัตร เป็นอัตราเชื่อมโยงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การลดอัตราตามที่เอไอเอสกล่าวอ้าง และ TAC ยังจ่ายผลตอบแทนให้ ทศทสูงกว่าที่เอไอเอสจ่าย แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยเจตนาจะให้เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากการลดส่วนแบ่ง และศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าข้อตกลงสัญญาฉบับที่ 6 ที่จำเลยลงนามเอื้อประโยชน์แก่เอไอเอสต้องชดใช้ 46 หมื่นล้าน ที่จำเลยอ้างว่าที่ประชุมไม่มีคำถาม จำเลยจึงไม่ต้องรายงานข้อเท็จจริง นอกจากเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว โดยตำแหน่งที่จำเลยดำรงอยู่นั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร สมควรแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นผลประโยชน์ได้เสียขององค์กรให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบ บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยในการลงนามสัญญาครั้งที่ 6 ถือว่าเป็นการใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ทศทได้รับส่วนแบ่งน้อยลง การกระทำที่มุ่งให้เอไอเอสได้ประโยชน์ เป็นการกระทำโดยทุจริตครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 เมื่อการกระทำจำเลยเป็นความผิดอันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ปรับบทมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบททั่วไป ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนจำเลยต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัททีโอทีหรือไม่ เห็นว่าแม้ทีโอทีจะไม่ได้อุทธรณ์ในส่วนคดีแพ่งก็ตาม แต่ได้ยื่นคำร้องเข้ามา ตามมาตรา 44/1 เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์จึงถือว่าคำร้องดังกล่าวได้อุทธรณ์ด้วยทำนองเดียวกัน และเมื่อข้อเท็จจริงส่วนอาญาฟังว่าจำเลยใช้อำนาจในทางทุจริต จำเลยต้องรับผิดชอบใช้เงินแก่ทีโอที โดยบริษัททีโอทีได้คำนวณค่าเสียหายที่ต้องขาดรายได้จากเงินส่วนแบ่งตลอดอายุสัญญาแต่ละช่วงเป็นต้นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดนำมาไต่สวนเป็นอย่างอื่น แต่ข้อเท็จจริงแม้เชื่อได้ว่าบริษัททีโอทีได้รับความเสียหายตามจำนวนดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติลดอัตราส่วนแบ่งรายได้แก่เอไอเอสเป็นมติคณะกรรมการฯ จำเลยไม่ได้พิจารณาแต่เพียงลำพัง หากจำเลยต้องรับผิดเต็มจำนวนความเสียหายคงไม่เป็นธรรม จึงสมควรให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของต้นเงิน 33,030,343,36797 นับตั้งแต่วันที่ 4 กค2559 ซึ่งเป็นวันที่บริษัททีโอทียื่นคำร้อง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) จำคุก 9 ปี พยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี และให้จำเลยชำระเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของเงินต้น 33,030,343,36797 บาท นับตั้งแต่วันที่ 4 กค 2559 ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 8 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล【อ่านข้อความเต็ม】
l6o | <动态当天时间> | อ่าน(408) | แสดงความคิดเห็น(759)
อีซาให้จับตาซากสถานีอวกาศ เทียนกง 1 ตกสู่โลกภายในไม่กี่วัน 27 มีนาคม พศ 2561 เวลา 20:54 น สถานีอวกาศเทียนกง 1 ของจีนที่หมดสภาพการใช้งานและไม่สามารถควบคุมได้มานานหลายเดือน มีโอกาสตกสู่โลกอย่างเร็วในวันศุกร์นี้ หรือภายในวันจันทร์หน้า【อ่านข้อความเต็ม】
vnl | <动态当天时间> | อ่าน(57) | แสดงความคิดเห็น(41)
นอกจากนี้ เมื่อมีการยื่นให้ศาลแล้ว ไม่รู้ศาลจะให้เวลาพิจารณาเท่าไหร่ หากวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ ต้องแก้ไขอีก ต้องใช้เวลา ดังนั้นหากเป็นเช่นนี้ก็มีผลต่อโรดแม็ปเลือกตั้งแน่นอน ไม่เข้าใจว่ามีเจตนาอะไร หรือกำลังเล่นปาหี่ เล่นเกมยื้อเวลา หรือซื้อเวลาให้การเลือกตั้งช้าออกไป อย่างนี้ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจ【อ่านข้อความเต็ม】
bb7 | <动态当天时间> | อ่าน(741) | แสดงความคิดเห็น(796)
ศาลจังหวัดขอนแก่นตั้งสำนวนคดีฟัน เปรี้ยว กับพวก ละเมิดอำนาจศาล หลังเกิดภาพหลุดแช้ตกับบุคคลภายนอกระหว่างการพิจารณาคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋มเมื่อบ่ายวันที่ 13 มีค ชี้มีโทษทั้งจำและปรับ ที่ห้องประชุมชั้น 12 สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เวลา 1030 น วันที่ 27 มีนาคมนี้ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วยนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่โลกออนไลน์แชร์ภาพหลุดแช้ตของ นสปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว จำเลยที่ 1 ในคดีฆ่าหั่นศพ นสวริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม หมายเลขดำ 1957/2560 ของศาลจังหวัดขอนแก่น กับเพื่อนคือ นสกวิตา ราชดา หรือเอิร์น จำเลยที่ 2 ซึ่งปรากฏภาพสวมชุดนักโทษ และ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ จำเลยที่ 3 ที่ได้รับการประกันตัว นายสราวุธกล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 4 เกี่ยวกับข้อเท็จจริง และตรวจสอบพบว่าเป็นภาพถ่ายภายในห้องพิจารณาคดี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 มีค2561 มีการส่งภาพและข้อความแช้ตกันต่อมา ในส่วนการดำเนินการนั้น อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 4 ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ถ้อยคำ รวมทั้งการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้องพิจารณาคดี พบว่ามี นสปรียานุช จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัว กับจำเลยที่ 3 ซึ่งได้รับการประกันตัว เป็นผู้นำโทรศัพท์เข้าไปถ่ายภาพและส่งข้อความดังกล่าว จึงมีการเรียกทนายความมาแจ้งเตือนการห้ามใช้โทรศัพท์ในห้องพิจารณา นายสราวุธกล่าวว่า ขณะนี้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดขอนแก่นได้ตั้งสำนวนคดีละเมิดอำนาจศาล หรือการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลแล้ว โดยศาลจะออกหมายเรียกให้ นสจิดารัตน์ จำเลยที่ 3 มาไต่สวนต่อไปในช่วงเดือน เมยนี้ ส่วนจำเลยที่ 1 และ 2 สามารถเบิกตัวจากเรือนจำมาไต่สวนได้อยู่แล้ว สำหรับคดีละเมิดอำนาจศาลมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ต้องเรียนให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า บริเวณศาลเป็นพื้นที่ห้ามถ่ายภาพและบันทึกเสียง เว้นแต่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาแล้วแต่กรณี ผู้สื่อข่าวถามถึงผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ นายสราวุธระบุว่า จำเลยที่ 1, 2 และ 3 เกี่ยวข้องแน่นอน เมื่อศาลตั้งสำนวนไต่สวนแล้ว ถ้ามีใครเกี่ยวข้องก็จะพิจารณาวินิจฉัยดำเนินการต่อไป ส่วนเจ้าหน้าที่ศาลนั้นไม่เกี่ยวข้องด้วย และยังได้ตักเตือนห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในห้องพิจารณาแล้วด้วย ด้านนายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ข้อหาละเมิดอำนาจศาลนั้นเป็นการคุ้มครองคู่ความในคดี จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เมื่อมีการฝ่าฝืนเกิดขึ้นก็มีการตั้งสำนวนเพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริง【อ่านข้อความเต็ม】
vzn | <动态当天时间> | อ่าน(120) | แสดงความคิดเห็น(912)
3การไม่ออกกำลังกายด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนในปัจจุบัน ทำให้หลายๆ คนละเลยการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากพอๆ กับการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกายทุกวันเพียงวันละ 30 นาที จะส่งผลดีต่อการช่วยควบคุมน้ำหนัก สลายไขมันส่วนเกิน รวมถึงช่วยลดความเครียดจากการทำงาน ช่วยให้จิตแจ่มใส และนอนหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้หากเราไม่สามารถจัดสรรเวลาออกกำลังกายได้ทุกวันจริงๆ ในฐานะแพทย์ผมแนะนำให้ออกกำลังกายให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ซึ่งเราสามารถแบ่งสรรเวลาความมาก-น้อย ในแต่ละครั้งแต่ละวันได้ตามความสะดวกของตนเอง แต่ไม่ควรมาออกกำลังกายทั้ง 150 นาทีใน 1 วัน ควรเฉลี่ยให้เหมาะสมไปในแต่ละครั้ง ซึ่งสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวถึงข้อแนะนำในประเภทกีฬา หรือการออกกำลังกายของแต่ละคนโดยเฉพาะ เพราะโรคหัวใจมีหลายประเภท กีฬาบางประเภทอาจเหมาะกับผู้ป่วยบางคนแต่ไม่เหมาะกับผู้ป่วยอีกคน ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรคหัวใจที่แต่ละคนเป็นด้วย 【อ่านข้อความเต็ม】
e6m | 2021-06-13 | อ่าน(314) | แสดงความคิดเห็น(602)
นายวัชระ เอมวัฒน์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซิกซ์ เน็ตเวิร์ค กล่าวว่า บริษัทจะการระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิตอลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) 1,000 ล้านโทเคน เพื่อระดมทุนมูลค่า 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ชื่อซิกซ์ โทเคน ราคาเฉลี่ย 010 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 โทเคน กำหนดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อไว้ที่ 1,000 ซิกซ์ โทเคน โดยจะเปิดขายพรีเซลในวันที่ 3 เมยนี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาระบบกลางการวิจัยและพัฒนาระบบเครือข่าย และนำไปลงทุนในส่วนอื่น ๆ ของพันธมิตรหรือธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่ ๆ ทั้งในและนอกประเทศ【อ่านข้อความเต็ม】
eth | 2021-06-13 | อ่าน(744) | แสดงความคิดเห็น(634)
ครมอนุมัติงบประมาณอัดฉีดหมู่บ้านละ 2 แสน ดันโครงการ ไทยนิยม กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมไพเขียวอีกกว่าพันล้าน หลังกระทรวงเกษตรฯ ขอขยายโคงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครมเห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในคู่มือการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน หมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน (เมย-กค61) มีเป้าหมาย 82,371 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยสนับสนุนงบประมาณ หมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท เป็นเงิน 16,47420 ล้านบาท นายณัฐพรกล่าวว่า สาระสำคัญคือ จำนวนโครงการในแต่ละหมู่บ้านไม่เกิน 2 โครงการ ให้ดำเนินการเองหมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่ลักษณะโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงจะต้องเป็นโครงการที่น้อมนำศาสตร์พระราชา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และต้องเป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนด้วย อย่างไรก็ตาม จะต้องจ้างแรงงานในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณ และจะต้องดำเนินโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 31 กค2561 โดยห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชน และห้ามไปดำเนินการแจกจ่ายเป็นเงิน หรือสิ่งของให้กับประชาชนในครัวเรือนกู้ยืม พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รมวมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภาพรวมโครงการไทยนิยม ยั่งยืนว่า จากการพูดคุยส่วนใหญ่ประชาชนต้องการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน แต่การจะนำมาทำแผนงานโครงการต้องทบทวนอีกครั้ง โดยคาดว่างบประมาณจะได้ในเดือน เมยนี้ เวลานี้ก็ดูแผนงานที่ประชาชนต้องการและเกิดประโยชน์มากที่สุด ยืนยันว่าการพิจารณาแผนงานโครงการต่างๆ จะมีทั้งส่วนราชการ ภาคประชาชน สถานศึกษาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้โปร่งใสและประชาชนได้รับประโยชน์ที่สุด และภาพรวมการลงพื้นที่โครงการดังกล่าวถือว่าดี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะประมวลภาพรวมแล้วรายงานต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ว่า ครมมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอเสนอทบทวนมติ ครม เพื่อขอขยายเวลาโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้งหลังนาปี โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ กค2560 - มิย2561 มีหลักการให้เกษตรกรในพื้นที่ 31 จังหวัด ในภาคเหนือ กลาง อีสาน ตะวันตก และตะวันออก ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าว เนื่องจากสภาพพื้นดิน และน้ำไม่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะอุดหนุนให้ในอัตราไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ทั้งหมดจำนวน 7 แสนไร่ กระทรวงเกษตรฯ ขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการออกไป เนื่องจากปัจจุบันมีการดำเนินการได้ 6 แสนไร่ และขอปรับเปลี่ยนจังหวัดดำเนินโครงการ จาก จอุดรธานี และ จลพบุรี เปลี่ยนเป็น จหนองคาย และ จฉะเชิงเทรา เนื่องจากสภาพความเหมาะสมของพื้นที่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอใช้งบประมาณในการดำเนินการครั้งนี้ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางปี 2561 และมีงบดำเนินงาน 21 ล้านบาท พลทสรรเสริญกล่าว 【อ่านข้อความเต็ม】
6vf | 2021-06-13 | อ่าน(282) | แสดงความคิดเห็น(984)
ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 6 ปี สุธรรม มลิลา อดีต ผอทศท แก้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ชี้ใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ เอไอเอส ในยุค ทักษิณ เป็นนายกฯ ทำองค์กรเสียรายได้ 66 หมื่นล้านบาท พร้อมสั่งชดใช้ 46 หมื่นล้าน ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา 8 แสน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนครไชยศรี มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุธรรม มลิลา ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท) ในขณะนั้น ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยคำฟ้องสรุปว่า จำเลยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ทศท ทำหน้าที่บริหารงานภายในองค์กร มีหน้าที่ปฏิบัติงานก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร เมื่อระหว่างวันที่ 12 เมย2544-15 พค2544 จำเลยปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและกรรมการ ทศท โดยตำแหน่งกระทำความผิดกฎหมายหลายบท โดยทำสัญญาอนุญาตให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน (AIS) ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญากำหนดว่าบริษัทเอไอเอสจะต้องลงทุนอุปกรณ์ทั้งหมด และยกให้ ทศทก่อนที่จะนำไปให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ และกำหนดให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 ซึ่งทำให้ ทศทได้รับส่วนแบ่งรายได้น้อยลงจากเดิมที่ได้รับตามสัญญาหลักในอัตราร้อยละ 25-30 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาหลักกับสัญญาที่แก้ไข ทศทสูญเสียรายได้ 17,848,130,000 บาท และสูญเสียรายได้ในอนาคตถึงสิ้นสุดสัญญาสัมปทานอีกเป็นเงิน 53,490,900,000 บาท รวมเป็นเงิน 71,339,030,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมครั้งที่ 6 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอไอเอสตามคดีหมายเลขแดงที่ อม1/2553 ระหว่างอัยการสูงสุดกับ พตท ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) และตามรายงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) การที่จำเลยปิดบังข้อเท็จจริงของฝ่ายบริหารผลประโยชน์ของ ทศท ได้มีความเห็นเสนอจำเลยว่า บริษัท TAC ต้องจ่ายให้ภาครัฐมากกว่าเอไอเอส จำเลยย่อมทราบข้อมูลความแตกต่างการพิจารณาการขอลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสเป็นอย่างดีแล้ว แต่มิได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ ทศททราบถึงความแตกต่าง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 จากการที่จำเลยลงนามข้อตกลงครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอส เป็นผลให้ผู้ร้องสูญเสียรายได้ คิดเป็นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ย 75 ต่อปี รวมเป็นเงิน 93,710,927,98184 บาท โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ซึ่งภายหลังศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของบริษัททีโอที ผู้ร้อง อย่างไรก็ตาม นายอำนาจ พวงชมภู อธิบดีศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในขณะนั้น ได้ทำความเห็นแย้งโดยเห็นควรให้ลงโทษจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเจตนาให้ AIS ได้ประโยชน์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงทางไต่สวนพยานโจทก์จำเลยและผู้ร้องประกอบรายงาน ปปชเรื่องการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 เพื่อลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายแก่เอไอเอส ในชั้นนี้ฟังได้ว่า ทศท เป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และคณะกรรมการ ทศท มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้อำนวยการ ทศท ต่อมาจำเลยแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับหลักลงวันที่ 27 มีค2533) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 พค2544 ปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้าแก่เอไอเอส ซึ่งตามสัญญาหลักเอไอเอสต้องจ่ายภาษีในปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 เป็นอัตราก้าวหน้าแก่ ทศท ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ทศท ครั้งที่ 5/2544 เมื่อวันที่ 12 เมย2544 จำเลยเข้าร่วมประชุมและพิจารณามีความเห็นกรณีบริษัทเอไอเอสขอลดส่วนแบ่งรายได้จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว ทศทและประชาชนน่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง จึงมีมติเห็นชอบที่ ทศทจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร โดยมีเงื่อนไขให้ ทศทเจรจากับเอไอเอสให้ได้ข้อยุติเรื่องการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศทเป็นรายเดือน และนำผลประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการพร้อมให้กำหนดเงื่อนไขไว้ในท้ายสัญญา โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการ ทศทลงนามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอสมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิย2544 ว่าให้เอไอเอสแบ่งส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร ซึ่งศาลฎีกาฯ เคยวินิจฉัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของราชการ และทำให้ ทศทเสียหาย อีกทั้งการแก้ไขสัญญาในครั้งนั้นอัตราส่วนแบ่งรายได้แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ควรเป็นไปตามสัญญาหลัก เนื่องจากการกำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายแก่คู่สัญญาภาครัฐในแบบอัตราก้าวหน้าหรือขั้นบันได เป็นการกำหนดอัตราที่มีความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐผู้ให้สัญญา เพราะได้กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐผู้ให้สัญญาตามสัดส่วนของรายได้ ศาลเห็นว่า หลังจากจำเลยลงนามในสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ครั้งที่ 6 ให้แก่บริษัทเอไอเอส ในการประชุม ทศทครั้งที่ 8/2544 จำเลยกลับรายงานต่อที่ประชุมว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทำร่างข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 ทั้งที่ความจริงจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงครั้งที่ 6 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โดยมิได้กำหนดข้อตกลงให้มีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งรายได้ในโอกาสต่อไป อีกทั้งจำเลยทราบดีว่าการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงแก่บริษัท TAC จากอัตราร้อยละ 200 บาท ต่อหมายเลข ต่อเดือน เป็นอัตราร้อยละ 18 ของราคาหน้าบัตร เป็นอัตราเชื่อมโยงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การลดอัตราตามที่เอไอเอสกล่าวอ้าง และ TAC ยังจ่ายผลตอบแทนให้ ทศทสูงกว่าที่เอไอเอสจ่าย แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยเจตนาจะให้เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากการลดส่วนแบ่ง และศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าข้อตกลงสัญญาฉบับที่ 6 ที่จำเลยลงนามเอื้อประโยชน์แก่เอไอเอสต้องชดใช้ 46 หมื่นล้าน ที่จำเลยอ้างว่าที่ประชุมไม่มีคำถาม จำเลยจึงไม่ต้องรายงานข้อเท็จจริง นอกจากเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว โดยตำแหน่งที่จำเลยดำรงอยู่นั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร สมควรแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นผลประโยชน์ได้เสียขององค์กรให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบ บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยในการลงนามสัญญาครั้งที่ 6 ถือว่าเป็นการใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ทศทได้รับส่วนแบ่งน้อยลง การกระทำที่มุ่งให้เอไอเอสได้ประโยชน์ เป็นการกระทำโดยทุจริตครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 เมื่อการกระทำจำเลยเป็นความผิดอันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ปรับบทมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบททั่วไป ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนจำเลยต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัททีโอทีหรือไม่ เห็นว่าแม้ทีโอทีจะไม่ได้อุทธรณ์ในส่วนคดีแพ่งก็ตาม แต่ได้ยื่นคำร้องเข้ามา ตามมาตรา 44/1 เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์จึงถือว่าคำร้องดังกล่าวได้อุทธรณ์ด้วยทำนองเดียวกัน และเมื่อข้อเท็จจริงส่วนอาญาฟังว่าจำเลยใช้อำนาจในทางทุจริต จำเลยต้องรับผิดชอบใช้เงินแก่ทีโอที โดยบริษัททีโอทีได้คำนวณค่าเสียหายที่ต้องขาดรายได้จากเงินส่วนแบ่งตลอดอายุสัญญาแต่ละช่วงเป็นต้นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดนำมาไต่สวนเป็นอย่างอื่น แต่ข้อเท็จจริงแม้เชื่อได้ว่าบริษัททีโอทีได้รับความเสียหายตามจำนวนดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติลดอัตราส่วนแบ่งรายได้แก่เอไอเอสเป็นมติคณะกรรมการฯ จำเลยไม่ได้พิจารณาแต่เพียงลำพัง หากจำเลยต้องรับผิดเต็มจำนวนความเสียหายคงไม่เป็นธรรม จึงสมควรให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของต้นเงิน 33,030,343,36797 นับตั้งแต่วันที่ 4 กค2559 ซึ่งเป็นวันที่บริษัททีโอทียื่นคำร้อง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) จำคุก 9 ปี พยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี และให้จำเลยชำระเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของเงินต้น 33,030,343,36797 บาท นับตั้งแต่วันที่ 4 กค 2559 ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 8 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล【อ่านข้อความเต็ม】
6hk | 2021-06-13 | อ่าน(909) | แสดงความคิดเห็น(30)
ศนพธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึงกรณีกรมปศุสัตว์แถลงยืนยันไม่พบไข้หวัดนกในสวนสัตว์เมื่อปลายปี 2560 ว่า คงไม่พูดอะไรมาก ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทราบกันดี ซึ่งไม่ได้เกิดในสัตว์ปีก แต่เกิดในสัตว์ชนิดอื่น ทั้งอีเห็น ชะมด ฯลฯ ทั้งนี้ ขอย้ำว่าแค่ต้องการให้ระบบดี และป้องกันการติดต่อสู่คนก็เท่านั้น ซึ่งล่าสุดได้นำข้อมูลทั้งหมดที่มีส่งให้ศคลินิก เกียรติคุณ นพปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ) แล้ว เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์โรคในสัตว์【อ่านข้อความเต็ม】
xb6 | 2021-06-12 | อ่าน(60) | แสดงความคิดเห็น(385)
27 มีค61- นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีพลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบตรระบุว่าพวกตั้งข้อสังเกตคดีเสือดำ ว่างงานหรอ? นายตระกูลโพสต์ว่า- ผมไม่ได้ว่างงาน!!!(ผมมีงานทำแต่ตอนนี้ พักระหว่างงานจัดสัมมนาฯ ระหว่างประเทศ๑๕ นาฑี)!!- ผมไม่ได้สงสัยหรือตั้งข้อสังเกตเพราะผมเรียนกฎหมายมา และทำงานด้านกฎหมายมานานกว่า ๔๐ ปีคิดว่ามีความรู้กฎหมายพอใช้ได้!!【อ่านข้อความเต็ม】
iil | 2021-06-12 | อ่าน(935) | แสดงความคิดเห็น(354)
เข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนที่เหล่า JOYFUL (จอยฟูล) แฟนคลับชาวไทยจะได้ไปเจอกับ 6 หนุ่มสุดฮอต อย่าง JBJ (เจบีเจ) นำโดย TaeHyun (แทฮยอน), Kenta (เคนตะ), SangGyun (ซังกยุน), YongGuk (ยงกุก), HyunBin (ฮยอนบิน) และ DongHan (ดงฮัน) ใน JBJ 1ST CONCERT [JOYFUL DAYS] IN BANGKOK 【อ่านข้อความเต็ม】
v6n | 2021-06-12 | อ่าน(381) | แสดงความคิดเห็น(915)
ปศุสัตว์-สธ เสียงแข็งไม่มีหวัดนก  หมอธีระวัฒน์ สวนเลิกพูดส่งข้อมูลให้ นพปิยะสกล แล้ว 28 มีนาคม พศ 2561 เวลา 09:07 น 【อ่านข้อความเต็ม】
qff | 2021-06-12 | อ่าน(412) | แสดงความคิดเห็น(188)
ครมอนุมัติงบประมาณอัดฉีดหมู่บ้านละ 2 แสน ดันโครงการ ไทยนิยม กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมไพเขียวอีกกว่าพันล้าน หลังกระทรวงเกษตรฯ ขอขยายโคงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครมเห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในคู่มือการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน หมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน (เมย-กค61) มีเป้าหมาย 82,371 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยสนับสนุนงบประมาณ หมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท เป็นเงิน 16,47420 ล้านบาท นายณัฐพรกล่าวว่า สาระสำคัญคือ จำนวนโครงการในแต่ละหมู่บ้านไม่เกิน 2 โครงการ ให้ดำเนินการเองหมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่ลักษณะโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงจะต้องเป็นโครงการที่น้อมนำศาสตร์พระราชา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และต้องเป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนด้วย อย่างไรก็ตาม จะต้องจ้างแรงงานในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณ และจะต้องดำเนินโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 31 กค2561 โดยห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชน และห้ามไปดำเนินการแจกจ่ายเป็นเงิน หรือสิ่งของให้กับประชาชนในครัวเรือนกู้ยืม พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รมวมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภาพรวมโครงการไทยนิยม ยั่งยืนว่า จากการพูดคุยส่วนใหญ่ประชาชนต้องการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน แต่การจะนำมาทำแผนงานโครงการต้องทบทวนอีกครั้ง โดยคาดว่างบประมาณจะได้ในเดือน เมยนี้ เวลานี้ก็ดูแผนงานที่ประชาชนต้องการและเกิดประโยชน์มากที่สุด ยืนยันว่าการพิจารณาแผนงานโครงการต่างๆ จะมีทั้งส่วนราชการ ภาคประชาชน สถานศึกษาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้โปร่งใสและประชาชนได้รับประโยชน์ที่สุด และภาพรวมการลงพื้นที่โครงการดังกล่าวถือว่าดี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะประมวลภาพรวมแล้วรายงานต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ว่า ครมมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอเสนอทบทวนมติ ครม เพื่อขอขยายเวลาโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้งหลังนาปี โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ กค2560 - มิย2561 มีหลักการให้เกษตรกรในพื้นที่ 31 จังหวัด ในภาคเหนือ กลาง อีสาน ตะวันตก และตะวันออก ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าว เนื่องจากสภาพพื้นดิน และน้ำไม่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะอุดหนุนให้ในอัตราไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ทั้งหมดจำนวน 7 แสนไร่ กระทรวงเกษตรฯ ขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการออกไป เนื่องจากปัจจุบันมีการดำเนินการได้ 6 แสนไร่ และขอปรับเปลี่ยนจังหวัดดำเนินโครงการ จาก จอุดรธานี และ จลพบุรี เปลี่ยนเป็น จหนองคาย และ จฉะเชิงเทรา เนื่องจากสภาพความเหมาะสมของพื้นที่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอใช้งบประมาณในการดำเนินการครั้งนี้ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางปี 2561 และมีงบดำเนินงาน 21 ล้านบาท พลทสรรเสริญกล่าว 【อ่านข้อความเต็ม】
6hh | 2021-06-11 | อ่าน(820) | แสดงความคิดเห็น(713)
หลังจากจำเลยลงนามในสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ครั้งที่ 6 ให้แก่บริษัทเอไอเอส ในการประชุม ทศทครั้งที่ 8/2544 จำเลยกลับรายงานต่อที่ประชุมว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการทำร่างข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 ทั้งที่ความจริงจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงครั้งที่ 6 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โดยมิได้กำหนดข้อตกลงให้มีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งรายได้ในโอกาสต่อไป อีกทั้งจำเลยทราบดีว่าการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงแก่บริษัทTAC จากอัตราร้อยละ 200 บาท ต่อหมายเลข ต่อเดือน เป็นอัตราร้อยละ 18 ของราคาหน้าบัตร เป็นอัตราเชื่อมโยงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การลดอัตราตามที่เอไอเอสกล่าวอ้าง และTAC ยังจ่ายผลตอบแทนให้ ทศทสูงกว่าที่เอไอเอสจ่าย แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยเจตนาจะให้เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากการลดส่วนแบ่ง และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าข้อตกลงสัญญาฉบับที่ 6 ที่จำเลยลงนามเอื้อประโยชน์แก่เอไอเอส【อ่านข้อความเต็ม】
gv7 | 2021-06-11 | อ่าน(467) | แสดงความคิดเห็น(89)
27 มีค61- พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงกรณีที่ พลออประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมวยุติธรรม ระบุจะมีการใช้มาตรา 44 กับข้าราชการที่ทุจริตในกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตของกระทรวงศึกษาธิการว่า ไม่ใช้ม44 เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่เข้มงวดขึ้น ซึ่งขั้นตอนแรกเป็นเรื่องของกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วันและ 30 วัน อีกขั้นเป็นเรื่องของกรรมการสอบสวนในเรื่องวินัยว่าควรจะย้ายออกหรืออยู่ในกระทรวงฯ จากนั้นเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย คดีอาญาและแพ่ง เช่น กรณีการทุจริตเงินผู้ไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือกรณีของกระทรวงศึกษาธิการ มีคณะอนุกรรมการสามัญ(อกพ) ประจำส่วนราชการระดับกระทรวงดำเนินการอยู่ซึ่งอาจจะให้ออกจากราชการไว้ก่อนก็ได้【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-06-14

เกม สล็อต ออนไลน์ ได้ เงิน จริง excel| แจกเครดิตฟรีแทงบอล| ไฮโลออนไลน์ คาสิโน| เครดิต ฟรี 500 quartz| ทีเด็ดบอลเต็ง 99| 7mบ้านผลบอลวิเคราะห์บอลทีเด็ดวันนี้| บาคาร่า m168| 918kiss download games| เกมส์สล็อตผลไม้ login| free slot games-dolphins pearls| mello ออนไลน์| สล็อต big cat king| slotxo24hr rom| ผลบอลพรีเมียร์ลีกล่าสุด| บาคาร่า ตกปลา| poker night at the inventory| สล็อตออนไลน์ฝากขั้นต่ำ50| 188bet underwater| แทงหวยออนไลน์ express| เกมเดิมพัน สล็อต twitter| live22 slot demo| เกมส์ bet joker| โปรแกรมบอลวันนี้ผลบอล| แจก เครดิต ฟรี 2019 online| slot oz| rollex live game| ดูบอลสดพรีเมียร์ลีกคืนนี้สดtrue| เครดิต ฟรี 500 ถอน ได้ union| slot machine game| อ่านข่าวกีฬาวันนี้| สมัคร​ slotxo nav| slot wallet เครดิตฟรี| เว็บพนัน qq188| live22 jackpot| ลิ๊งค์ดูบอล| เกมส์ยิงปลาเล่นยังไงให้ได้เงิน| สล็อต 5 รีล waoo| สูตรสล็อตโรม่า lol| ตกปลา pokemon sword| หวยรัฐบาล Lotto Thaiss - Home | ดูบอลสดยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกคืนนี้| สมัครบาคาร่าufabet| เครดิต ฟรี ถอน ได้ ล่าสุด| เล่น สล็อต เว็บ ไหน ดี pantip| ผลบอลตารางบอลพรี| เว็บสล็อตไทย b2s| joker สล็อต ฟรี เครดิต youth| ผลบอลพรีเมียร์ลีกเมื่อวานนี้| น้ําเต้าปูปลาได้เงินจริง usd| poker short deck strategy| 6romance6| สล็อตแตกง่าย fun88| หวยรัฐบาล 31 10 63| สล็อต 888 ฟรี เครดิต ktc| เล่นเกมส์ไพ่ได้เงินจริงไม่ต้องลงทุน| วาร์ปฟุตบอล| เว็บสล็อตไทย rom| pgslot yt| สล็อต taicity| เครื่องสล็อตแมชชีน machine| วิจัย การ พนัน ฟุตบอล ออนไลน์| สล็อต นิยาย line| สมัคร ส โบ เบ็ ต| สล็อตออนไลน์ยอดนิยม video| PAY69สล็อต | คาสิโนออนไลน์ฟรี xp| ace333 id test| 188bet uy tin khong| รอยัลคาสิโนวิธีเล่น| allbet casino| id line sbobet| ตรวจ หวย รัฐบาล 1 ธันวาคม 2562| slot8k| น้ําเต้าปูปลา เขย่า ios| สล็อตgclub8 kiss| pg slot ฝาก20รับ100| gclub ฟรี 500 live| สล็อต 888 ฟรี เครดิต rm| ตารางในการแข่งสด| เกมสล็อต 777 quote| สล็อต 444| แทงบอลสูงต่ํา usb| สล็อตpg 100| เว็บรวมหวย dtac| สล็อต918คิด| slot game themes| โปร ฟรี เครดิต| ส โบ เบ็ ต ราคา บอล| ผลบอลโมนาโก| game ยิงปลา mobile legends| เว็บแทงบอลsbobet id| สล็อต777ฟรี qu| บาคาร่า หมดตัว| บาคาร่า600|